Menu

Different

อิทธิพลหล่อหลอมชีวิตเรามาจากหลายแหล่ง เช่น จากพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม ครอบครัว สื่อต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่งจากทีวีและเวปไซต์ต่างๆ มนุษย์สังคมใหม่ไม่คำนึงถึงหลักการความถูกต้องเป็นหลัก แต่หันไปยึดความชอบของคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ฉะนั้นลัทธิลอกเลียนแบบจึงขยายตัวและมีความรุนแรงมากขึ้น ทุกที สังคมละเลยละทิ้งหลักเกณฑ์ดี หลักการที่ถูกต้อง เหลือไว้แต่หลักกู

            ค่านิยมยุคโลกาภิวัตรที่เป็นคลื่นมาแรงขณะนี้คือ บริโภคนิยม วัตถุนิยม สนุกนิยม เมานิยม กามราคะนิยม แฟชั่นนิยม ฯลฯ ค่านิยมดังกล่าวทำให้วัยรุ่นใจแตก แสดงเกินจริง แสวงหาสิ่งของเกินความจำเป็น เป็นเหตุให้ชีวิตต้องเป็นทุกข์เพราะรายได้ไม่พอใช้จ่ายต้องกู้หนี้ยืมสิน และที่น่ากลัวคือเป็นหนี้นอกระบบ

            เพื่อที่จะคืนความสุขให้กับตัวเอง สิ่งแรกคือจะต้องกลับมามีสติและมองความเป็นไปของชีวิตด้วยเหตุและผล มองดูตัวเองและถามตัวเองว่า ค่านิยมที่ตนยึดอยู่ในขณะนี้ให้ผลอะไรกับชีวิต ทรัพย์สิน เกียรติ ชื่อเสียง ความงามที่ไม่ใช่ธรรมชาติ มันสร้างความสุขสันติในใจหรือไม่ หรือว่ายิ่งได้ยิ่งอยากได้มากขึ้น รู้สึกตัวเองว่ายากจนตลอดเวลา

            ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า คนจนคือคนที่ไม่รู้จักคำว่าพอ คนรวยคือคนที่มีความพึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ที่กล่าวมาทั้งหมดผมไม่ได้หมายถึง การมีเกียรติ ชื่อเสียง และมีเงินเป็นสิ่งที่ไม่ดี ผมเพียงต้องการสื่อให้ทราบว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความต้องการอันแท้จริงในก้นบึ้งของหัวใจ และไม่ควรให้สิ่งเหล่านี้เป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต

            ผมมีความประทับใจในทฤษฎีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงประทานให้ไว้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ในปรัชญาช่วยให้เรียนรู้ความพอเหมาะ ความมีเหตุมีผลและการใช้ปัญญา พระเยซูคริสต์ตรัสในการสอนของพระองค์ว่า “แม้ท่านจะได้สิ่งของทั้งโลก แต่ต้องเสียชีวิตมันจะได้ประโยชน์อะไร” และพระองค์ตรัสอีกว่า “จงระวังให้ดี จงระวังตนจากความโลภทุกชนิด ชีวิตคนเราไม่ได้อยู่ที่การมีทรัพย์สิ่งของเหลือเฟือ” (ลูกา 12:15)

            ถึงเวลาที่พวกเราจะหันมาลงมือทำในสิ่งที่ใจเรียกร้อง คือการใช้ชีวิตทางกายภาพตามความจำเป็น มีเหตุมีผล ไม่โลภมาก ไม่ต้องมีเหรือเป็นเหมือนคนอื่น มีความพอใจในอัตภาพของตน สร้างชีวิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในที่สุดเราจะเป็นและมีมากกว่าที่เราเคยเป็นและเคยมี

อย่ากลัวที่จะไม่เหมือน จงกล้าที่จะแตกต่าง !

Service Time : Worship

วันเสาร์
เรียนรวีวารศึกษา                     18.00 - 19.00 น.
นมัสการ  -  เทศนา                  19.00 - 20.30 น.

วันอาทิตย์
อธิษฐานรุ่งอรุณ                      07.00 - 08.00 น.
เรียนรวีวารศึกษา                     09.15 - 10.00 น.
นมัสการ  -  เทศนา                  10.15 - 12.10 น.
รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน 12.10 - 13.00 น.
กิจกรรมกลุ่มย่อยต่างๆ              13.00 - 15.30 น.

Service Time : Office

เวลาทำการของสำนักงานคริสตจักร
วันอังคาร - วันอาทิตย์
เปิดทำการ                              เวลา 09.30 น.
ปิดทำการ                               เวลา 17.00 น.

โทร. 02-318-4054-5 , 02-319-7764-5
โทรสาร 02-314-4331
*หมายเหตุ คุณพิณศิริ : 081-812-8358

Service Time : Prayer Room

วันอังคาร - วันอาทิตย์
วันอังคาร                        09.30 - 21.30 น.
วันพุธ                            09.30  - 21.30  น.

วันพฤหัส                        09.30  - 21.30  น.
วันศุกร์                           09.30  - 21.30  น.
วันเสาร์                          07.00 - 21.30  น.
วันอาทิตย์                      07.00 - 21.30  น.

Go to top