Menu

The Knowledge

ความรู้กับปัญญาเป็นของคู่กัน ทำงานด้วยกัน ผู้มีความรู้แต่ขาดปัญญาเขาไม่อาจใช้ความรู้ให้ ได้ผลอย่างที่ควรจะเป็นเต็มขนาดได้ ส่วนปัญญาขาดความรู้ไม่ได้เพราะขาดอุปกรณ์ที่จะทำ ให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สัมฤทธิ์ผลได้ ความรู้และความเข้าใจช่วยเราให้เข้าลึกสู่แก่นความจริงนำไปสู่การ กระทำที่ถูกต้องและดีงาม ชีวิตมนุษย์ต้องเข้ากระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่าง รวดเร็ว ความรู้เดิมค่อยๆ ล้าสมัย ยิ่งนานวันเรายิ่งตระหนักชัดว่า อะไรที่เรารู้ขณะนี้มันน้อยนิด

ถ้าจะ เปรียบเทียบ สิ่งที่มีอยู่แต่เราไม่รู้จักมัน ใครก็ตามที่พยายามเชิดหน้ายกคออวดตัวเป็นผู้รู้ แสดงว่าผู้นั้นไม่รู้ตัวว่าเขาไม่มีความรู้จริง มีผู้เคยให้คำนิยาม คนโง่ คือใคร คนโง่คือผู้ที่ไม่รู้ว่าตัวไม่รู้ ผู้ที่แสวงหา ความรู้และเข้าถึงแก่นของความรู้อันแท้จริง เขาจะพบว่าเขามีความถ่อม ไม่โอ้อวดความรู้ ตรงกันข้ามกับ บางบุคคลที่พยายามที่แสดงตนเป็น พหูสูต คือรู้ไปทุกเรื่องและมักจะอวดความรู้ซึ่งจริงๆ แล้วเขาอวด ความเขลามากกว่า

                จริงอยู่ที่มนุษย์ไม่อาจเข้าถึงความรู้ในทุกเรื่อง แต่ถึงกระนั้นเราจะต้องรู้บางสิ่งที่จำเป็นที่พอ ช่วยให้พาตัวเองรอดได้มีอะไรบ้าง

                ประการแรก  รู้ตัวเองคือใคร เราต้องรู้ชัดเจนว่าตัวเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น ต้นไม้หรือสัตว์ เราเป็นมนุษย์ คำว่ามนุษย์หมายถึงผู้ที่มีจิตใจสูง จิตใจประเสริฐ ถ้าแต่ละคน ตระหนักในความจริงนี้ เราก็จะพูด คิด และทำอย่างที่เราเป็น แต่ถ้าเราขาดความตระหนักรู้ว่าตัวคือใคร เราก็จะทำอะไรก็ได้...

                ประการที่สอง  องค์ความรู้แบบบูรณาการ เราต้องรู้จักนำความรู้ที่หลากหลายมาเชื่อมต่อกัน เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน การที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลเราจะต้องมีความสมดุลในความรู้ เราคงได้ ยินคำที่ว่ามีความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด พวกที่เอาตัวไม่รอดอยู่ในประเภทที่รู้แบบแยกส่วน เขา                  วิเคราะห์ได้เก่งแต่สังเคราะห์ไม่เป็น เขาเก่งแต่แยกแยะชิ้นส่วนแต่นำชิ้นส่วนมาประกอบไม่เป็น ความรู้แบบบูรณาการช่วยให้เรารู้จักที่จะแยกแยะปัญหา และรู้จักที่จะนำมันมาประกอบใหม่ให้ใช้การ ได้ใหม่

                ประการที่สาม  ความรู้เสริมสร้างชีวิต เนื่องจากความตระหนักชัดว่าเราคือ มนุษย์ จะต้อง ทำหน้าที่สำคัญในความเป็นมนุษย์ เราควรเสาะหาความรู้ ความเข้าใจที่จะทำให้ความเป็นมนุษย์ พัฒนาขึ้นดุจแสงเทียนในที่มืด

                สำหรับคริสเตียนสามารถหาความรู้นี้ได้จากการศึกษาพระคริสตธรรมคัมภีร์ เพราะใน      หนังสือเล่มนี้สอนเรื่องการดำเนินชีวิตอย่างคนมีปัญญา สอนให้คนรู้จักประยุกต์ใช้ความรู้นั้นและ นำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

Service Time : Worship

วันเสาร์
เรียนรวีวารศึกษา                     18.00 - 19.00 น.
นมัสการ  -  เทศนา                  19.00 - 20.30 น.

วันอาทิตย์
อธิษฐานรุ่งอรุณ                      07.00 - 08.00 น.
เรียนรวีวารศึกษา                     09.15 - 10.00 น.
นมัสการ  -  เทศนา                  10.15 - 12.10 น.
รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน 12.10 - 13.00 น.
กิจกรรมกลุ่มย่อยต่างๆ              13.00 - 15.30 น.

Service Time : Office

เวลาทำการของสำนักงานคริสตจักร
วันอังคาร - วันอาทิตย์
เปิดทำการ                              เวลา 09.30 น.
ปิดทำการ                               เวลา 17.00 น.

โทร. 02-318-4054-5 , 02-319-7764-5
โทรสาร 02-314-4331
*หมายเหตุ คุณพิณศิริ : 081-812-8358

Service Time : Prayer Room

วันอังคาร - วันอาทิตย์
วันอังคาร                        09.0 - 16.00 น.
วันพุธ                            18.30  - 20.30  น.

วันพฤหัส                        19.00  - 21.00  น.
วันศุกร์                           19.00  - 21.00  น.

Go to top