im angry

“ผู้ที่ขาดการควบคุมตนเองก็เหมือนเมืองที่ถูกทำลาย เป็นคนอดทนก็ดีกว่าเป็นวีรบุรุษสงคราม คนที่ควบคุมใจของตนเองก็ดีกว่าคนที่ตีเมืองได้...” สุภาษิต 16:32

                   สมัยโบราณประเทศที่มีความเข้มแข็ง จะต้องมีนักรบที่เก่งกล้าที่เราเรียกว่าวีรบุรุษสงคราม และจะต้องมีระบบการปกป้องศัตรูไม่ให้เข้ามาจู่โจมได้ง่ายฉะนั้นเขาจะสร้างกำแพงไว้อย่างแน่นหนาอยากต่อศัตรูจะบุกเข้ายึดเมือง กำแพงที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นที่รู้จักกันคือ กำแพงเมืองจีน

                   แต่สำหรับชีวิตมนุษย์เรา กำแพงป้องกันชีวิตคือ การควบคุมอารมณ์ ควบคุมกิเลศตัณหา ควบคุมความ โลภ โกรธ หลง ถ้าสิ่งที่กล่าวมาแล้วไม่สามารถควบคุมได้ ชีวิตผู้นั้นจะอับปางลง

                   ถ้าเราปล่อยให้ความโลภควบคุมเรา เราจะไม่รู้จักคำว่า พอใจในสิ่งที่มีอยู่ ความโลภไม่จำกัดอยู่ที่เรื่องเงินทองเท่านั้น มันรวมทั้ง ความอยากได้ในสิ่งที่ที่ไม่ใช่ของตน ..ความโกรธหมายถึงอารมณ์ความฉุนเฉียว เคียดแค้น จนนำไปสู่ความรุนแรงทั้งทางวาจาและการกระทำ  ความหลง หลงในรูป หลงในกลิ่น หลงในเสียง เมื่อเราลุ่มหลงในใครหรือสิ่งใดเรากลายเป็นคนหูหนวกและตาบอด ไม่รับรู้เหตุผล ทั้งนี้รวมทั้งความลุ่มหลงในนักเทศน์ นักบุญ จนขาดเหตุผลแห่งตน

                   พระคริสต์ธรรมคัมภีร์สอนให้เรามีทั้ง ความอดทนและความอดกลั้นใจ ในความอดทนนั้นทำให้เราอยู่ในสภาพที่ยากลำบากได้นาน ส่วนความอดกลั้นใจทำให้เราอยู่ในสภาพถูกกดดันทางอารมณ์ได้นาน คือไม่โกรธง่าย ไม่ลุ่มหลงสิ่งใดง่ายๆ ควบคุมความโลภอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน

                   อาจารย์เปากล่าวในจดหมายของท่านถึงพี่น้องชาวกะลาเทียว่า คริสเตียนทุกคนต้องมีผลของพระวิญญาณ และหนึ่งในนั้นคือ "การควบคุมตนเอง" (กาลาเทีย 5:22-23) ความสามารถยับยั้งตนเองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เรามีธรรมชาติชีวิตจากเบื้องบน และได้รับแรงเสริมจากพระเจ้า  ธรรมชาติไฝ่ต่ำภายในยากต่อการควบคุม ถ้าคริสเตียนผู้รับชีวิตใหม่ไมติดสนิทกับพระเจ้า อำนาจไฝ่ต่ำจะมาควบคุมเรา แต่โดยความช่วยเหลือจากพระเจ้าเราจะมีชัยชนะ ไม่มีชัยชนะใดที่ทำให้เราภาคภูมิใจในชีวิตเท่ากับชนะใจตนเอง

แอจะได้รับการสำผัสรักจากเรา ขอให้มั่นใจเถิดว่า ผู้ที่แสดงความเมตตาจะได้รับความเมตตาเช่นกัน