Menu

root

"จงระวัง....อย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมาสร้างความเดือดร้อนและทำให้คนเป็นอันมาแปดเปื้อนมลทิน" ฮีบรู 12:15

            เราคงได้ยินคำว่า “หวานเป็นลมขมเป็นยา” ผัก ผลไม้ ราก และใบที่มีรสขมเขาถือว่าเป็นยา ผมเป็นเด็กเติบโตในชนบท เมื่อป่วยเป็นไข้คุณย่าใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านรักษา โดยการต้มยาหม้อ มันมีรสขมจนเกือบดื่มไม่ได้ แต่ก็รักษาให้หายตัวร้อนเป็นไข้ได้ แต่รากขมขื่นในใจที่พระคัมภีร์พูดถึงไม่ใช่รากที่เป็นยาแต่เป็นรากที่เป็นพิษ ยิ่งรากโตเท่าใดยิ่งทำให้ต้นใหญ่และผลิตผลที่เป็นพิษมากเท่านั้น

            รากแห่งความขมขื่นเกิดจากประสบการณ์ในอดีตหรือปัจจุบันที่มีความรุนแรง ทารุณกรรม ไม่ได้รับบความยุติธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบ และเก็บฝังลึกในใจ ความขมขื่นใจอาจเกิดจากความผิดหวังในคน ในงานที่ทำอยู่ สร้างความขุ่นเคืองใจและพาลไปสู่ความแตกแยก มองคนในแง่ร้ายและแง่ลบอีกทั้งระบายพิษแห่งความขมขื่นด้วยการแก้แค้น ทั้งในรูปของคำพูดและการกระทำ

            ตราบใดที่เราไม่ขจัดรากแห่งความขมขื่น เราจะไม่มีความสุขในชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นชีวิตจะอยู่กับความเครียด และจะมีผลต่อสุขภาพจะมีโรคหลายชนิดมาเยือน พระคำของพระผู้เป็นเจ้าจึงเตือนให้เราเป็นเหมือนยามเฝ้าระวังใจของเรา อย่าให้มีรากแห่งความขมขื่นเกิดขึ้น มันอาจเริ่มเล็กๆ ซึ่งง่ายแก่การถอนทิ้งจงถอนมันออกเสียอย่าเลี้ยงมันไว้ เพราะถ้าเราเก็บไว้นานมันจะเติบโต รากขมขื่นเป็นพันธุ์ที่โตเร็ว เมื่อมันโตเวลานั้นเราอาจไม่มีแรงพอที่จะถอนมันได้

            การขจัดรากขมขื่นคือการให้อภัย พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องนี้ ขณะที่คนอธรรมใส่ร้าย ทำร้าย ดูถูกเหยียดหยาม ตบตี และตรึงพระองค์ที่ไม้กางเขน พระเยซูไม่ตอบโต้แต่ตอบสนองด้วยการอธิษฐานขอพระเจ้ายกโทษคนเหล่านั้น พระองค์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยความแค้น ใครก็ตามขณะนี้ที่มีใจขมขื่นต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ ห้วหน้างาน เพื่อนสมาชิกหรือต่อใครก็ตาม ถอนมันออกเสียไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะเก็บมันไว้ มันจะก่อกวนความสงบสุขและสร้างความแค้นสูงขึ้น

            พี่น้องคริสเตียน เราไม่มีข้อแก้ตัวว่าเราจะถอนรากขมขื่นไม่ได้ ไม่ว่ามันจะมีมานานเท่าใด ใหญ่ขนาดไหน เพราประสบการณ์ความรักที่เราได้รับจากพระเจ้า พระองค์อภัยความบาปของเรา เราก็ควรมีใจเมตตาผู้อื่นเช่นกัน ผู้ที่มีความตั้งใจพระคริสต์จะทรงประทานพลังที่เราขาดอยู่นั้นเพียงแต่เรามีใจ พระเจ้ามีทางเสมอ

Service Time : Worship

วันเสาร์
เรียนรวีวารศึกษา                     18.00 - 19.00 น.
นมัสการ  -  เทศนา                  19.00 - 20.30 น.

วันอาทิตย์
อธิษฐานรุ่งอรุณ                      07.00 - 08.00 น.
เรียนรวีวารศึกษา                     09.15 - 10.00 น.
นมัสการ  -  เทศนา                  10.15 - 12.10 น.
รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน 12.10 - 13.00 น.
กิจกรรมกลุ่มย่อยต่างๆ              13.00 - 15.30 น.

Service Time : Office

เวลาทำการของสำนักงานคริสตจักร
วันอังคาร - วันอาทิตย์
เปิดทำการ                              เวลา 09.30 น.
ปิดทำการ                               เวลา 17.00 น.

โทร. 02-318-4054-5 , 02-319-7764-5
โทรสาร 02-314-4331
*หมายเหตุ คุณพิณศิริ : 081-812-8358

Service Time : Prayer Room

วันอังคาร - วันอาทิตย์
วันอังคาร                        09.30 - 21.30 น.
วันพุธ                            09.30  - 21.30  น.

วันพฤหัส                        09.30  - 21.30  น.
วันศุกร์                           09.30  - 21.30  น.
วันเสาร์                          07.00 - 21.30  น.
วันอาทิตย์                      07.00 - 21.30  น.

Go to top