Dangerous curve

ผู้ที่ขับรถยนต์ได้ คงคุ้นเคยกับ “การเข้าโค้ง” การเข้าโค้งมีอันตราย การลดความเร็วจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยชอบเร่งความเร็วขณะเข้าโค้ง เพราะเขาอาจรู้สึกสนุกกับอัตราเร่งและแรงเหวี่ยงที่เกิดขึ้น เราอาจเคยดูกีฬาเอ็กซ์ตรีม (กีฬาสุดขั้ว) ดิ่งพสุธาผาดโผน, มอร์เตอร์ไซด์วิบากไต่เขาชัน ฯลฯ และรู้สึกทึ่งในความสามารถ กล้าเสี่ยง กล้าทำบางสิ่งที่ท้าทาย ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน และถ้าเกิดความผิดพลาดก็มีอันตรายถึงชีวิตได้

จะเป็นอย่างไร ถ้ามีคนเหยียบคันเร่งมากขึ้นในขณะเข้าโค้งแล้วเขาหลุดโค้งไป ความท้าทายกับความประมาทอยู่ห่างกันแค่เส้นบางๆ บางครั้งพระเจ้าท้าทายให้เราทำบางสิ่งและอยากให้เราก้าวในความเชื่อว่า “พระเจ้าของเราทำได้” ขณะเดียวกัน พระองค์ก็ปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตในความไม่ประมาทด้วย

พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “ฝ่าย​เจ้า​จง​ยก​ไม้​เท้า​ของ​เจ้า แล้ว​ยื่น​มือ​ของ​เจ้า​ออกไป​เหนือ​ทะเล ทำ​ให้​ทะเล​นั้น​แยก​ออก เพื่อ​คน​อิสราเอล​จะ​ได้​เดิน​บน​ดิน​แห้ง​กลาง​ทะเล​แล้ว​ข้าม​ไป​ได้” ​อพย. 14:16 คงเป็นความท้าทายความเชื่อของโมเสสอย่างมาก เพราะถ้าเขายกไม้เท้าขึ้นแล้ว แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจะทำอย่างไร?

กำแพงเมืองเยรีโค ฐานเป็นหินสูง 12-15 ฟุต ก่อด้วยอิฐอีก 20-26 ฟุต และเสริมความสูงขึ้นอีก ทั้งหมดรวม 46 ฟุต (ประมาณเกือบตึก 5 ชั้น) พังทลาย หลังพระเจ้าทรงบัญชาให้อิสราเอลเดินรอบเมือง 13 รอบ เป็นความท้าทายจากพระเจ้า ที่บัญชาให้พวกเขาเพียงแต่เดินรอบกำแพง แล้วกำแพงก็จะพังลง การรับความท้าทายในสิ่งใหม่ๆ ที่มาจากพระเจ้าด้วยความเชื่อ ทำให้เราเห็น “การอัศจรรย์ จากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์”

ให้เรามีความกล้า เมื่อเรามั่นใจว่าพระเจ้ากำลังท้าทายเราให้ทำบางสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ เพราะพระองค์ทรงประทับยืนอยู่ที่โค้งอันตรายนั้น พระเจ้าทรงรักคุณและไม่ประสงค์ให้คุณบาดเจ็บเลย การท้าทายนั้นจะนำมาซึ่งการเสริมสร้างฝ่ายวิญญาณผ่านประสบการณ์ และเผยความสำเร็จของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ผ่านชีวิตคุณ พระเยซูคริสต์ตรัสว่า ​“เรา​บอก​เจ้า​แล้ว​มิใช่​หรือ​ว่า ถ้า​เจ้า​เชื่อ​เจ้า​ก็​จะ​ได้​เห็น​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระ​เจ้า” ยน. 11:40