Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 

worship hands

"...และบัดนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ผู้นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดาด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะพวกเขาเป็นผู้นมัสการแบบที่พระบิดาแสวงหา พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ ผู้ที่นมัสการต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง (ยอห์น 4:23,24)


          คริสเตียนจัดอยู่ในสังคมเอกเทวะนิยม คือเชื่อว่ามีพระเจ้าจริงดังนั้นชีวิตคริสเตียนจึงมีความเกี่ยวข้องไม่เพียงแต่คำสอนเท่านั้นแต่มีความเกี่ยวพัน มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าด้วยคริสเตียนนมัสการพระเจ้า การนมัสการ คือการให้ความเคารพ ยกย่องพระ องค์สูงสุดเหนือสิ่งใด ข้อพระคัมภีร์เราอ่านพูดถึงเรื่องการนมัสการที่แท้จริงถูกต้องและผู้นมัสการที่พระเจ้าแสวงหา หญิงชาวสะมาเรียมีความสับสน ว่าที่ใดเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ไหนนมัสการแล้วขลังกว่า ชาวยิวเชื่อว่าจะต้องที่ เยรูซาเลม ส่วนชาวสะมาเรียถูกสอนว่าที่สะมาเรียศักสิทธิ์กว่า เราจะเห็นว่าความสำคัญย้ายจากพระเจ้ามาเป็นสถานที่ หญิงชาวสะมาเรียยังเรียนรู้อีกว่า ไม่ใช่ศาสนพิธีเป็นสิ่งสำคัญสุดในการนมัสการพระเจ้า แต่การนมัสการจากใจซึ่งออกมาจากความจริง เป็นเงื่อนไขสำคัญสุดในการนมัสการพระเจ้า
            อีกประการหนึ่งที่หญิงชาวสะมาเรียเรียนรู้การนมัสการจากพระคริสต์คือ พระเจ้าแสวงหา พระองค์ต้องการพบคนที่นมัสการเช่นนี้
การมีสถานที่เพื่อใช้ประกอบพิธีนมัสการ การมีศาสนพิธีในการนมัสการ ถือว่าเป็นสิ่งดี แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่มีองค์ประกอบดังกล่าว เราจะเลิกการนมัสการ การนมัสการทำได้ทั้งส่วนตัวและทำรวมกัน การนมัสการมีทั้งรูปแบบและไร้รูปแบบ
คนนมัสการที่พระเจ้าแสวงหา คือ " คนที่ถวายตัวแด่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า" นี่เป็นการนมัสการที่แท้จริง 
            อย่าดำเนินชีวิตตามอย่างคนในโลกนี้ แต่จงรับการเปลี่ยน แปลงจิตใจของท่านใหม่.." (โรม.12:1,2)
ชีวิตที่สงบต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า คือชีวิตแห่งการนมัสการพระเจ้า อย่างอื่นเป็นองค์ประกอบรอง ไม่ว่าเราจะมีรูปแบบการ
นม้สการพระเจ้าดูดีเพียงใด ดูศักดิ์สิทธิ์ น่าเกรงขาม ตื่นเต้นลึกซึ้งเพียงใด ถ้ามันเป็นเพียงการแสดงจากอารมณ์ หรือมันออกจากเพียงริมฝีปากแต่ไม่ใช่จากใจ หรือการนมัสการเพียงเพื่อความสะใจ แต่ชีวิตไม่นมัสการ ไม่ว่ารูปแบบไดหาใช่ผู้นมัสการ และการนมัสการที่พระเจ้าพระบิดาแสวงหา
            วันนี้เป็นวันนมัสการ ขอให้เราเตรียมตัว เตรียมใจ ไปนมัสการพระเจ้า ไปยังสถานนมัสการ ถวายคำสดุดีด้วยบทเพลงและคำสรรเสริญจากปากของเราที่ไหลออกมาจากใจรักพระองค์" จงถวายการสรรเสริญแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าตามพระเกียรติสิริที่ควรแก่พระนามของพระองค์ จงนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าในสง่าราศรีแห่งความบริสุทธิ์ของพระองค์" (สดุดี 29:2)
พระเจ้าเกลียดการนมัสการที่เป็นเพียงพิธี แต่แสวงหาผู้ที่นมัสการพระองค์ด้วยจิตวิญญาณและความจริง
ข้าพเจ้าเป็นคนนั้นที่พระเจ้าพบ ?

ศจ.ดร.วีรชัย  โกแวร์