Skip Navigation
 

บทความหนุนใจ

ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ข้อความวันนี้ผมอยากเขียนให้เกียรติผู้หนึ่ง ผู้นี้มีความสำคัญต่อชีวิตและการงานของผมเป็นอย่างมาก ถ้าไม่มีเขาผู้นี้กับเพื่อนของท่านอีกท่านหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่าผมจะเป็นอย่างในวันนี้

ในการเล่าประสบการณ์ชีวิตของผมทุกครั้ง ผมจะเอ่ยชื่อของสองบุคคลเสมอ แต่บัดนี้ผู้หนึ่งในสองคนนั้นได้เสร็จสิ้นภารกิจการรับใช้ของท่านกลับสู่อ้อมกอดของพระเจ้า ท่านผู้นั้นคือ ศาสนาจารย์ไชยงค์ คิมหจันทร์

อาจารย์ไชยงค์ คิมหจันทร์ เป็นชาวนครปฐมแต่มาใช้ชีวิตทำงานที่กรุงเทพที่ร้านจำหน่ายเพชรพลอยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นบุคคลที่รักพระเจ้ามาก มีนักเทศน์ชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ T.L. Osborn เดินทางเข้ามาประเทศไทยประกาศกิตติคุณพร้อมอธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วย สถานที่ประชุมคือที่คริสตจักรกรุงเทพ ถนนศรีอยุธยา ปัจจุบัน ขณะนั้นศาสนาจารย์บุญมาก กิตติสาร เป็นศิษยาภิบาล การประกาศกิตติคุณเกิดผลมาก มีการอัศจรรย์มากมาย คนเจ็บคนป่วยหายโรคอย่างอัศจรรย์ มีคนกลับใจรับเชื่อมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์คริสเตียนในประเทศไทย มีบุคคล 2 ท่านในจำนวนคนมากมายนั้นคือ ศาสนาจารย์สมาน วรรณเกียรติ พระเจ้าทรงทำการอัศจรรย์รักษาโรคหัวใจรั่วที่หมอไม่อาจช่วยได้ในขณะนั้น และศาสนาจารย์ไชยงค์ คิมหจันทร์ ยอมสลัดทิ้งชีวิตเก่าที่ไม่ดีอย่างสิ้นเชิง อาจารย์ไชยงค์ไม่เพียงแต่มีประสบการณ์ชีวิตใหม่ แต่ท่านได้สัมผัสกับฤทธิ์เดชแห่งการบำบัดโรคอย่างอัศจรรย์ในเวลาต่อมา ท่านเป็นโรคเนื้องอกในโพรงจมูก ก่อนเป็นคริสเตียนท่านสูบบุหรี่จัด เวลาพ่นควันบุหรี่ทางจมูกควันจะออกรูจมูกเพียงข้างเดียวเพราะอีกข้างหนึ่งเนื้องอกอุดตัน วันหนึ่งขณะที่รู้สึกเจ็บจมูกท่านได้ร้องทูลขอพระเจ้ารักษา และเมื่อท่านสั่งน้ำมูกปรากฏว่าเนื้องอกทั้งก้อนใหญ่ได้หลุดออกมาก ท่านเอามันไปดองใส่ขวดไว้ระยะหนึ่งเพื่อเป็นพยานว่ามันเกิดขึ้นจริง ตั้งแต่วันนั้นท่านหายสนิท

จากประสบการณ์ชีวิตใหม่และการอัศจรรย์ทำให้ท่านมีภาระใจกลับไปยังจังหวัดนครปฐมถิ่นกำเนิด เพื่อประกาศและเป็นพยานความอัศจรรย์ถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าพร้อมกับอาจารย์สมาน วรรณเกียรติ มีหลายคนที่นครปฐมรับชีวิตใหม่และการอัศจรรย์จากพระเจ้า ผมเป็นคนหนึ่งซึ่งยังเป็นนักเรียนก็ได้สัมผัสกับฤทธิ์เดชของพระเจ้าและรับชีวิตใหม่ ทั้งศาสนาจารย์ไชยงค์และอาจารย์สมานเดินทางไปนครปฐมเพื่อเยี่ยมและหนุนใจผมและคนอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา บางครั้งในช่วงปิดภาคเรียนท่านพาผมไปร่วมทีมกับท่านด้วย เดินทางไปจังหวัดต่างๆ ส่วนมากจะเป็นภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ผมได้ซึบซับความเชื่อ ความกล้าหาญ ความเสียสละจากท่านเข้ามาในชีวิตและยังคงอยู่กับผมตลอดเวลา

เวลาผ่านไปพระเจ้าทรงทำให้แต่ละคนรับใช้ตามที่พระองค์เห็นเหมาะควร พระเจ้ายังคงใช้ท่านทั้งสองรับใช้เต็มเวลาและเกิดผลอย่างมาก ท่านทั้งสองเป็นแบบอย่างในความซื่อสัตย์ไม่มีใครกลับไปหาอาชีพอีก จนวันนี้พระเจ้าทรงรับ ศาสนาจารย์ไชยงค์ คิมหจันทร์ ไปแล้ว ผมทั้งภูมิใจและเสียใจ ภูมิใจในความกล้าหาญ เสียสละ ความเชื่อ และสัตย์ซื่อที่ผมจะยึดถือเป็นตัวอย่าง แต่ที่เสียใจเพราะผมไม่มีโอกาสได้ไปในพิธีไว้อาลัยท่านเพราะติดภารกิจที่ประเทศลาว

ผมเขียนเรื่อง ศาสนาจารย์ไชยงค์ คิมหจันทร์ เพื่อบอกกับทุกคนว่า พระเจ้าสามารถใช้คนธรรมดา ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร ให้ทำงานเหนือธรรมดา ถ้าจะยอมจำนนกับพระเจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไข ผมเรียกศาสนาจารย์ไชยงค์ว่า พี่ยง ท่านผู้เป็นทั้งพี่และพ่อฝ่ายวิญญาณได้เดินทางล่วงหน้าไปแล้ว ท่านได้ต่อสู้จนสุดกำลัง ท่านได้วิ่งแข่งจนถึงปลายทาง และท่านได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว บัดนี้มีมงกุฎแห่งความชอบธรรมรอท่านอยู่

ผมเชื่อว่าเมื่อทหารคนหนึ่งต้องจากไป พระเจ้าต้องมีทหารเพิ่มอีกหลายคน ท่านอาจเป็นคนนั้นที่พระเจ้าทรงเรียกเข้าประจำการ
 
 
« go back|print